Spring

สปริง (Spring) คือองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตที่นอน ที่ทรงคุณค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์ได้ค้นพบและเลือกใช้ในชั้นที่เป็นหัวใจสำคัญหลักของที่นอน อย่างชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก หรือ Support System นอกจากนี้ความสำคัญอีกประการของการใช้สปริงคือ การพบความสามารถในการรองรับและกระจายน้ำหนักของที่นอน ไม่ว่าผู้นอนจะมีรูปร่างและน้ำหนักอย่างไรก็ตาม ดังนั้นสปริงแต่ละประเภทที่เลือกใช้ในชั้นนี้จึงส่งผลดีต่อความสบายและผ่อนคลาย ในขณะวางร่างกายและหลับใหลอยู่บนที่นอนด้วย ทั้งนี้อยู่ที่ความเหมาะสมในการเลือกใช้


โดยทั่วไปสปริงที่เลือกใช้ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) มีด้วยกันหลายประเภท และเลือกใช้ในกระบวนการผลิตตามความแตกต่างกันไปตามโจทย์ความต้องการของที่นอนในแต่ละประเภท ตั้งแต่สปริงลูกอิสระแบบดั้งเดิม (Bonnel Spring), สปริงแบบดั้งเดิมที่ถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ (Barrel Pocketed Spring) ไปจนถึงสปริงระดับสูงที่มีชื่อเรียกว่า Posture Spring (PS) และ Pocketed Posture Spring (PPS) หรือแม้แต่สปริงแบบลูกผสม (Hybrid Spring) ที่ล้วนถูกออกแบบ พัฒนาและปรับใช้ในที่นอนคุณภาพสูงหลากหลายประเภท รวมถึงหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างสลัมเบอร์แลนด์
 

 
  • Posture Spring : PS1200
Posture Spring (PS) คือสปริงเครือข่ายที่วางตัวอยู่อย่างสมดุล ซึ่งเกิดจากการใช้ลวดไฮโดรคาร์บอนเส้นเดียว ถักร้อยโยงใยยึดแน่นกันตลอดจนกลายเป็นสปริงอิสระจำนวน 1200 ลูก โดยจะอยู่ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ของที่นอนแต่ละหลัง เพื่อช่วยรองรับน้ำหนัก กระจายและปรับสมดุลให้เสมอกันตลอดทั้งร่างกาย รวมถึงทำหน้าที่รองรับทุกอิริยาบทของการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ Posture Spring หรือ PS1200 ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอนสลัมเบอร์แลนด์นั้น โดดเด่นและแตกต่างจากสปริงของที่นอนทั่วไป ตรงที่เป็นโครงสร้างสปริงรูปสามเหลี่ยม อันเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของสปริงที่ไวต่อแรงกด และสามารถกระจายน้ำหนักทั้งแนวนอนและแนวตั้งอย่างรวดเร็ว สปริงจึงไม่บิดเอียงเหมือนสปริงของที่นอนทั่วไปที่กระจายน้ำหนักในแนวดิ่ง ​


  • Pocketed Posture Spring : PPS1500
Pocketed Posture Spring (PPS) คือระบบสปริงรูปแบบใหม่ที่ผ่านการค้นคว้าและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ในนาม สลัมเบอร์แลนด์ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้สลัมเบอร์แลนด์ได้ค้นพบวิวัฒนาการขั้นสุดยอดเครือข่ายสปริงที่เรียกว่า Linear Pocketed Posture Springing System ซึ่งประกอบไปด้วยสปริงจำนวน 1,500 ลูก ที่ถักร้อยโยงใยเข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่าย แล้วห่อหุ้มเป็นแถวด้วยวัสดุพิเศษ ในขณะที่แต่ละแถวนั้นก็แยกเป็นอิสระจากกัน เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและปรับสมดุลให้เสมอกันตลอดทั้งร่างกาย ความโดดเด่นของการใช้ระบบสปริงประเภทนี้ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) คือสามารถรองรับทุกอิริยาบทของการนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสามารถรองรับน้ำหนักอย่างอิสระ เมื่อคนข้างๆ พลิกตัว อีกคนก็จะไม่รู้สึกถึงการถูกรบกวนแต่อย่างใด ยิ่งกว่าเมื่อประกอบกับองค์ความรู้และเทคนิคพิเศษของโครงสร้างสปริงรูปสามเหลี่ยม ประสิทธิภาพในการรองรับและกระจายน้ำหนักจึงดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ​



 
  • Pocketed Posture Spring : PPS3600, PPS5400
การค้นพบวิวัฒนาการขั้นสุดยอดเครือข่ายสปริงที่เรียกว่า Linear Pocketed Posture Springing System ของที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนระดับสูงอย่างสลัมเบอร์แลนด์ ไม่เพียงแค่สามารถถือกำเนิดสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) เป็น PPS1500 เท่านั้น แต่การผสานองค์ความรู้ยังได้สร้างสรรค์ระบบสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกอย่าง PPS3600 และ PPS5400 ซึ่งเป็น Pocketed Posture Spring ที่ประกอบไปด้วยสปริงจำนวน 3600 ลูก หรือ 5400 ลูก ที่เกิดจากถักร้อยโยงใยลวดไฮโดรคาร์บอนเส้นเดียวเข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่าย แล้วห่อหุ้มเป็นแถวด้วยวัสดุพิเศษ แต่ละแถวยังแยกเป็นอิสระจากกันเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและปรับสมดุล ความโดดเด่นประการสำคัญของระบบสปริงประเภทนี้ ทั้งแบบ PPS3600 และ PPS5400 ก็คือความสามารถในการผลิตที่นอน โดยแบ่งโซนการรองรับน้ำหนักของร่างกายได้แตกต่างกันไป ตามแต่น้ำหนักจริงที่ต่างกันในแต่ละส่วนของร่างกาย (Multi Zone System) ทำให้ที่นอนระดับสูงของสลัมเบอร์แลนด์หลายรุ่น มีประสิทธิภาพในการรองรับและกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะกับคนทุกรูปร่าง และทุกน้ำหนักตัว รวมถึงดีต่อการนอนเคียงข้างกันสองคน เนื่องจากระบบการรองรับน้ำหนักพิเศษนี้ ช่วยให้ผู้ที่นอนข้างๆ ไม่รู้สึกถึงการรบกวน หากอีกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะพลิกตัวขณะหลับ ​


 
  • Bonnel Spring
Bonnel Spring เป็นระบบสปริงอีกประเภทหนึ่งที่ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอน (Support System) ซึ่งมีลักษณะเป็นสปริงลูกอิสระ แต่จะถูกเชื่อมแต่ละลูกเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกันด้วยลวด เพื่อช่วยในการรองรับน้ำหนัก ข้อดีของที่นอนที่ใช้ระบบสปริงประเภทนี้คือ ที่นอนจะมีความหนาและสูงกว่าที่นอนประเภทอื่นเล็กน้อย ความที่เป็นระบบสปริงแบบบาง จึงเหมาะกับการผลิตที่นอนบางประเภท ​​


  • Barrel Pocketed Spring
ระบบสปริงอีกประเภทที่ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอน (Support System) คือระบบสปริงแบบ Barrel Pocketed Spring ซึ่งมีลักษณะเป็นสปริงลูกอิสระที่ถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ และทำหน้าที่เชื่อมสปริงอิสระแต่ละลูกเหล่านั้นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน แทนการเชื่อมด้วยลวดเหมือนระบบสปริง Bonnel Spring ข้อดีของระบบสปริงประเภทนี้คือความแข็งแรงทนทานที่มากขึ้น รวมถึงมีความนุ่มที่มากขึ้นกว่าระบบสปริงแบบ PPS1500 จึงส่งผลให้ชั้น Comfort Layer หนาขึ้นและนุ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ความหรูหรามากขึ้น ที่นอนที่เลือกใช้ระบบสปริงประเภทนี้ในชั้นการรองรับน้ำหนักยังสามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างอิสระ คนที่นอนข้างๆ จะไม่รู้สึกถึงการถูกรบกวนเมื่ออีกคนพลิกตัว
  • Hybrid Spring
จากการวิจัยเพื่อค้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ที่มากขึ้น นำไปสู่การค้นพบรูปแบบการผลิตที่นอนที่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะที่นอนที่แบ่งโซนการรับน้ำหนักที่แตกต่างกันไปในแต่ละส่วนของร่างกาย ซึ่งที่นอนเหล่านี้ใช้ระบบสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) เป็นเทคโนโลยีผสมผสาน หรือ Hybrid Spring โดยจะใช้ทั้ง Pocketed Posture Spring (PPS) ที่โดดเด่นเรื่องการรองรับน้ำหนักเป็นพิเศษ สำหรับบางส่วนของร่างกาย เช่น ส่วนลำตัว กับสะโพก และ Pocked Miracle Spring (PMS) สำหรับส่วนของร่างกายที่ลงน้ำหนักแบบนุ่มนวล ได้แก่ ศีรษะ ไหล่ ช่วงขาและเท้า Hybrid Spring จึงเป็นหนึ่งในผลลัพธ์จากการค้นคว้าเพื่อสร้างสรรค์ระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ที่มีรายละเอียดเฉพาะมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ​
Back to top