คุณรู้จักที่นอนดีพอแล้วหรือยัง
 
การนอนคือกิจกรรมสำคัญของชีวิต และเพราะเวลา 1 ใน 3 ของแต่ละวันถูกใช้ไปกับการนอน เราจึงอยู่บนที่นอนมากกว่าพื้นที่อื่นใดของชีวิต ด้วยเหตุนี้มนุษย์ในทุกยุคสมัยจึงพยายามค้นคว้าศาสตร์แห่งการนอนผ่านที่นอนคุณภาพเสมอมา เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของความรู้สึกผ่อนคลายในชั่วโมงแห่งการหลับใหล รวมถึงรับพลังแห่งความสุขในทุกเช้าวันใหม่ ทว่าที่นอนที่มีคุณภาพสูงเหล่านั้นก็มักมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งน้อยคนนักจะได้รู้จักและทราบความจริง


องค์ประกอบของที่นอนคุณภาพ
เพราะพลังแห่งความสุขในทุกเช้าวันใหม่มีคุณค่าต่อชีวิต ดังนั้นการนอนจึงควรเป็นมากกว่าแค่การวางร่างกายขนานไปกับพื้นผิวโลกบนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ที่นอนคุณภาพสูงตอบโจทย์ความต้องการของร่างกายและจิตใจในด้านนี้ได้ และแน่นอนว่า ความเป็นที่นอนคุณภาพสูงก็ย่อมประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญที่ทรงคุณค่าเช่นกัน ต่อไปนี้เป็น 3 องค์ประกอบหลักที่จะทำให้ที่นอนแต่ละหลังแตกต่างกัน และผู้คนได้สัมผัสในคุณค่าอย่างแท้จริง

1 )Support System : Spring & Non Spring
ระบบการรองรับน้ำหนัก


ระบบการรองรับน้ำหนัก หรือ Support System เป็นหัวใจสำคัญหลักหนึ่งของที่นอนแต่ละประเภท หากเปรียบเทียบก็เสมือนว่าชั้นนี้คือแกนกลาง อันเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการรองรับน้ำหนักของร่างกาย เมื่อวางเรือนร่างลงบนที่นอน รวมถึงมีองค์ความรู้ในการผลิตที่ช่วยในการกระจายน้ำหนักของผู้นอน ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อความรู้สึกผ่อนคลายขณะหลับ โดยทั่วไปแล้วในชั้นนี้มักมีเทคโนโลยีการผลิตอยู่ 2 ประเภท นั่นคือ แบบใช้สปริง (Spring) และแบบไม่ใช้สปริง (Non Spring)
  • Spring
  • Non Spring

2 ) Comfort Layer
ชั้นวัสดุสร้างความสบาย ปรับสมดุลการรองรับและกระจายน้ำหนัก


Comfort Layer เป็นชั้นที่อยู่ถัดจากชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System : Spring & Non Spring) ชั้นนี้เป็นอีกชั้นที่มีความสำคัญต่อความรู้สึกสบายขณะวางร่างกายลงบนที่นอน รวมถึงเมื่อหลับใหล เนื่องจากเป็นชั้นที่อยู่ใกล้กับร่างกายของผู้นอนมากขึ้น และเป็นชั้นที่ช่วยรับน้ำหนักของร่างกายก่อนจะลงลึงไปถึงชั้นที่เป็นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System : Spring & Non Spring) โดยทั่วไปแล้ว ในชั้นนี้จะเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่พิถีพิถันและเหมาะสมกับที่นอนแต่ละประเภท ซึ่งออกแบบตามโจทย์ความต้องเฉพาะของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่ม โดยวัสดุที่ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตที่นอนเลือกใช้สำหรับชั้นนี้ อาทิ Latex (ยางพารา), Memory Foam, Polyurethane Foam, Miracle Foam, Lumbar Support was เป็นต้น ขึ้นอยู่กับประเภทของที่นอนเป็นสำคัญ

3 ) Body Touching Top
ชั้นห่อหุ้มและผิวสัมผัส


ชั้นห่อหุ้มและผิวสัมผัสคือชั้นบนสุดที่มองเห็นด้วยสายตา และเป็นชั้นสุดท้ายของที่นอนที่อยู่แนบชิดจนแทบสัมผัสกับพื้นผิวของร่างกายมากที่สุด ความสำคัญของชั้นนี้มีมากกว่าแค่ความสวยงาม เนื่องจากเป็นชั้นที่ต้องสัมผัสโดยตรงกับตัวของผู้นอน ด้วยเหตุนี้ในชั้นห่อหุ้มและผิวสัมผัสจึงเป็นอีกชั้นหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ความพิถีพิถันอย่างหนึ่งคือการเลือกใช้วัสดุพิเศษสำหรับชั้นนี้ ซึ่งหนึ่งในวัสดุแสนพิเศษและทรงคุณค่าอย่างมาก คือ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไรฝุ่น หรือเคลือบสาร Anti-Mite เพื่อปกป้องที่นอนจากไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้ในการผลิตที่นอนคุณภาพสูง ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความสำคัญกับเทคนิคการผลิตที่เรียกว่า Quilting และ Hand Tufting ที่ช่วยเสริมความรู้สึกสบายขณะวางร่างกายลงบนที่นอน รวมถึงเพิ่มความหรูหราและควรค่าต่อการเป็นเจ้าของอีกด้วย
  • Quilting
  • Hand Tufting
Spring

สปริง (Spring) คือองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตที่นอน ที่ทรงคุณค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์ได้ค้นพบและเลือกใช้ในชั้นที่เป็นหัวใจสำคัญหลักของที่นอน อย่างชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก หรือ Support System นอกจากนี้ความสำคัญอีกประการของการใช้สปริงคือ การพบความสามารถในการรองรับและกระจายน้ำหนักของที่นอน ไม่ว่าผู้นอนจะมีรูปร่างและน้ำหนักอย่างไรก็ตาม ดังนั้นสปริงแต่ละประเภทที่เลือกใช้ในชั้นนี้จึงส่งผลดีต่อความสบายและผ่อนคลาย ในขณะวางร่างกายและหลับใหลอยู่บนที่นอนด้วย ทั้งนี้อยู่ที่ความเหมาะสมในการเลือกใช้


โดยทั่วไปสปริงที่เลือกใช้ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) มีด้วยกันหลายประเภท และเลือกใช้ในกระบวนการผลิตตามความแตกต่างกันไปตามโจทย์ความต้องการของที่นอนในแต่ละประเภท ตั้งแต่สปริงลูกอิสระแบบดั้งเดิม (Bonnel Spring), สปริงแบบดั้งเดิมที่ถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ (Barrel Pocketed Spring) ไปจนถึงสปริงระดับสูงที่มีชื่อเรียกว่า Posture Spring (PS) และ Pocketed Posture Spring (PPS) หรือแม้แต่สปริงแบบลูกผสม (Hybrid Spring) ที่ล้วนถูกออกแบบ พัฒนาและปรับใช้ในที่นอนคุณภาพสูงหลากหลายประเภท รวมถึงหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างสลัมเบอร์แลนด์
 

 
  • Posture Spring : PS1200
Posture Spring (PS) คือสปริงเครือข่ายที่วางตัวอยู่อย่างสมดุล ซึ่งเกิดจากการใช้ลวดไฮโดรคาร์บอนเส้นเดียว ถักร้อยโยงใยยึดแน่นกันตลอดจนกลายเป็นสปริงอิสระจำนวน 1200 ลูก โดยจะอยู่ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ของที่นอนแต่ละหลัง เพื่อช่วยรองรับน้ำหนัก กระจายและปรับสมดุลให้เสมอกันตลอดทั้งร่างกาย รวมถึงทำหน้าที่รองรับทุกอิริยาบทของการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ Posture Spring หรือ PS1200 ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอนสลัมเบอร์แลนด์นั้น โดดเด่นและแตกต่างจากสปริงของที่นอนทั่วไป ตรงที่เป็นโครงสร้างสปริงรูปสามเหลี่ยม อันเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของสปริงที่ไวต่อแรงกด และสามารถกระจายน้ำหนักทั้งแนวนอนและแนวตั้งอย่างรวดเร็ว สปริงจึงไม่บิดเอียงเหมือนสปริงของที่นอนทั่วไปที่กระจายน้ำหนักในแนวดิ่ง ​


 
  • Pocketed Posture Spring : PPS1500
Pocketed Posture Spring (PPS) คือระบบสปริงรูปแบบใหม่ที่ผ่านการค้นคว้าและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ในนาม สลัมเบอร์แลนด์ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้สลัมเบอร์แลนด์ได้ค้นพบวิวัฒนาการขั้นสุดยอดเครือข่ายสปริงที่เรียกว่า Linear Pocketed Posture Springing System ซึ่งประกอบไปด้วยสปริงจำนวน 1,500 ลูก ที่ถักร้อยโยงใยเข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่าย แล้วห่อหุ้มเป็นแถวด้วยวัสดุพิเศษ ในขณะที่แต่ละแถวนั้นก็แยกเป็นอิสระจากกัน เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและปรับสมดุลให้เสมอกันตลอดทั้งร่างกาย ความโดดเด่นของการใช้ระบบสปริงประเภทนี้ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) คือสามารถรองรับทุกอิริยาบทของการนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสามารถรองรับน้ำหนักอย่างอิสระ เมื่อคนข้างๆ พลิกตัว อีกคนก็จะไม่รู้สึกถึงการถูกรบกวนแต่อย่างใด ยิ่งกว่าเมื่อประกอบกับองค์ความรู้และเทคนิคพิเศษของโครงสร้างสปริงรูปสามเหลี่ยม ประสิทธิภาพในการรองรับและกระจายน้ำหนักจึงดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ​


 
  • Pocketed Posture Spring : PPS3600, PPS5400
การค้นพบวิวัฒนาการขั้นสุดยอดเครือข่ายสปริงที่เรียกว่า Linear Pocketed Posture Springing System ของที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนระดับสูงอย่างสลัมเบอร์แลนด์ ไม่เพียงแค่สามารถถือกำเนิดสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) เป็น PPS1500 เท่านั้น แต่การผสานองค์ความรู้ยังได้สร้างสรรค์ระบบสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกอย่าง PPS3600 และ PPS5400 ซึ่งเป็น Pocketed Posture Spring ที่ประกอบไปด้วยสปริงจำนวน 3600 ลูก หรือ 5400 ลูก ที่เกิดจากถักร้อยโยงใยลวดไฮโดรคาร์บอนเส้นเดียวเข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่าย แล้วห่อหุ้มเป็นแถวด้วยวัสดุพิเศษ แต่ละแถวยังแยกเป็นอิสระจากกันเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและปรับสมดุล ความโดดเด่นประการสำคัญของระบบสปริงประเภทนี้ ทั้งแบบ PPS3600 และ PPS5400 ก็คือความสามารถในการผลิตที่นอน โดยแบ่งโซนการรองรับน้ำหนักของร่างกายได้แตกต่างกันไป ตามแต่น้ำหนักจริงที่ต่างกันในแต่ละส่วนของร่างกาย (Multi Zone System) ทำให้ที่นอนระดับสูงของสลัมเบอร์แลนด์หลายรุ่น มีประสิทธิภาพในการรองรับและกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะกับคนทุกรูปร่าง และทุกน้ำหนักตัว รวมถึงดีต่อการนอนเคียงข้างกันสองคน เนื่องจากระบบการรองรับน้ำหนักพิเศษนี้ ช่วยให้ผู้ที่นอนข้างๆ ไม่รู้สึกถึงการรบกวน หากอีกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะพลิกตัวขณะหลับ ​


 
  • Bonnel Spring
Bonnel Spring เป็นระบบสปริงอีกประเภทหนึ่งที่ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอน (Support System) ซึ่งมีลักษณะเป็นสปริงลูกอิสระ แต่จะถูกเชื่อมแต่ละลูกเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกันด้วยลวด เพื่อช่วยในการรองรับน้ำหนัก ข้อดีของที่นอนที่ใช้ระบบสปริงประเภทนี้คือ ที่นอนจะมีความหนาและสูงกว่าที่นอนประเภทอื่นเล็กน้อย ความที่เป็นระบบสปริงแบบบาง จึงเหมาะกับการผลิตที่นอนบางประเภท ​​


 
  • Barrel Pocketed Spring
ระบบสปริงอีกประเภทที่ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานในชั้นระบบการรองรับน้ำหนักของที่นอน (Support System) คือระบบสปริงแบบ Barrel Pocketed Spring ซึ่งมีลักษณะเป็นสปริงลูกอิสระที่ถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ และทำหน้าที่เชื่อมสปริงอิสระแต่ละลูกเหล่านั้นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน แทนการเชื่อมด้วยลวดเหมือนระบบสปริง Bonnel Spring ข้อดีของระบบสปริงประเภทนี้คือความแข็งแรงทนทานที่มากขึ้น รวมถึงมีความนุ่มที่มากขึ้นกว่าระบบสปริงแบบ PPS1500 จึงส่งผลให้ชั้น Comfort Layer หนาขึ้นและนุ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ความหรูหรามากขึ้น ที่นอนที่เลือกใช้ระบบสปริงประเภทนี้ในชั้นการรองรับน้ำหนักยังสามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างอิสระ คนที่นอนข้างๆ จะไม่รู้สึกถึงการถูกรบกวนเมื่ออีกคนพลิกตัว
  • Hybrid Spring
จากการวิจัยเพื่อค้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ที่มากขึ้น นำไปสู่การค้นพบรูปแบบการผลิตที่นอนที่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะที่นอนที่แบ่งโซนการรับน้ำหนักที่แตกต่างกันไปในแต่ละส่วนของร่างกาย ซึ่งที่นอนเหล่านี้ใช้ระบบสปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) เป็นเทคโนโลยีผสมผสาน หรือ Hybrid Spring โดยจะใช้ทั้ง Pocketed Posture Spring (PPS) ที่โดดเด่นเรื่องการรองรับน้ำหนักเป็นพิเศษ สำหรับบางส่วนของร่างกาย เช่น ส่วนลำตัว กับสะโพก และ Pocked Miracle Spring (PMS) สำหรับส่วนของร่างกายที่ลงน้ำหนักแบบนุ่มนวล ได้แก่ ศีรษะ ไหล่ ช่วงขาและเท้า Hybrid Spring จึงเป็นหนึ่งในผลลัพธ์จากการค้นคว้าเพื่อสร้างสรรค์ระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ที่มีรายละเอียดเฉพาะมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ​

Non Spring

นอกเหนือจากการใช้สปริงในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) แล้ว วัสดุประเภทอื่นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตที่นอนสามารถเลือกใช้ได้ ก็มีอยู่อย่างหลากหลาย และมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับที่นอนในแต่ละประเภท ตั้งแต่วัสดุที่หาได้ง่ายทั่วไปตามกระบวนการผลิตต่างๆ ไปจนถึงวัสดุคุณภาพชั้นเลิศ ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติแสนพิเศษ กับราคาที่เหมาะสมดคุณค่าเหล่านั้น เริ่มตั้งแต่ โฟมทั่วไป (Foam) จนถึง ยางพารา (Latex)
 
 
  • ยางพารา (Latex)
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของยางพาราธรรมชาติ (Latex) ที่มีความเหนียวแน่น รวมทั้งยังรองรับน้ำหนักได้ดีในระดับหนึ่ง ยางพาราจึงถูกแปรรูปสู่กระบวนการผลิตที่นอน โดยสามารถเป็นได้ทั้งวัสดุที่ชั้น Comfort Layer หรือชั้นวัสดุสร้างความสบายชั้นเลิศ ปรับสมดุลการรองรับและกระจายน้ำหนัก ไปจนถึงชั้นสำคัญอย่างชั้นระบบการรองรับน้ำหนักหรือ Support System แม้จะมีต้นทุนในการผลิตต่อหนึ่งตารางเมตรที่ค่อนข้างสูง แต่ยางพาราก็มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถออกแบบโดยผลิตให้สามารถแบ่งโซนการรองรับน้ำหนัก ตามแต่ละส่วนของร่างกายที่ต้องการการรองรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ช่วงศีรษะและไหล่ ช่วงลำตัว ไปจนถึงช่วงขาเท้า ยางพารา (Latex) ชนิดพิเศษนี้รู้จักกันดีในนาม 7 Zone Latex ซึ่งมีความทนทาน ยืดหยุ่นสูง สะสมความร้อนเมื่อใช้งานต่ำ จึงรู้สึกสบายและผ่อนคลายขณะหลับ
  • โฟม (Foam)
โฟม (Foam) ในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System) ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตที่นอน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปโฟมอัด ข้อดีของการใช้วัสดุชนิดนี้ในชั้นสำคัญของที่นอนนี้ ก็คือ ความแน่นหนักของวัสดุจะส่งผลดีต่อความทนทานของที่นอนด้วยส่วนหนึ่ง ปัจจุบันที่นอนหลายประเภทยังคงเลือกใช้โฟมเพื่อรองรับน้ำหนัก รวมถึงช่วยกระจายน้ำหนักของร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโจทย์ความต้องการในการผลิตที่นอนในแต่ละประเภทเป็นสำคัญ โฟมประเภทต่างๆ ​


 
a. Memory Foam
b. Dura Foam
c. Foam Sheet
d. Profile Foam
e. High-density Foam
f. Elaszy Foam

Quilting & Hand Tufting

Quilting
ชั้นบนสุดของที่นอนที่มองเห็นด้วยสายตา เป็นชั้นที่ได้รับการออกแบบและให้ความใส่ใจมากกว่าแค่ความสวยงาม กระบวนการหนึ่งในขั้นตอนการผลิตที่นอนที่เรียกว่า Quilting จะเป็นขั้นตอนที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับที่นอนแต่ละประเภทแต่ละหลังมากยิ่งขึ้น ด้วยการตรึงผิวที่นอนด้านบนให้เกิดเป็นลวดลายลูกคลื่น ซึ่งถูกออกแบบมาให้แตกต่างเพื่อมอบความรู้สึกสบายและผ่อนคลายหลัง เมื่อวางร่างกายหรือหลังลงบนที่นอน นอกจากนี้ลวดลายลูกคลื่นในแต่ละแบบยังได้รับการสร้างสรรค์โดยใส่ใจเรื่องความสวย หรูหรา รวมถึงทรงคุณค่า สำหรับที่นอนในแต่ละประเภทด้วย Quilting จึงเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ยืนยันได้ถึงความใส่ใจและพิถีพิถันในการผลิตที่นอนทุกหลังของสลัมเบอร์แลนด์
 


ลาย Quilting แบบต่างๆ

​​
Hand Tufting
ที่นอนคุณภาพสูงของสลัมเบอร์แลนด์หลายรุ่นเประดุจงานฝีมือที่ทรงคุณค่า โดยเฉพาะที่นอนที่ผ่านขั้นตอนในการผลิตที่เรียกว่า Hand Tufting ซึ่งเป็นการเย็บตรึงผิวด้านนอกของที่นอนด้วยมือ โดยใช้เครื่องมือพิเศษช่วยในการเย็บตรึงเพื่อให้เกิดส่วนนูนส่วนเว้าเป็นลวดลายลูกคลื่น เพื่อสร้างคุณสมบัติพิเศษให้กับที่นอน แม้จะเป็นขั้นตอนการผลิตที่ใช้เวลายาวนานในการสร้างสรรค์ แต่ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่มีความหมายและมีคุณค่า เนื่องจาก Hand Tufting จะช่วยเสริมความทนทานและอยู่ตัวให้กับที่นอนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญการเย็บตรึงผิวด้านนอนของที่นอนให้เกิดเป็นส่วนนูนยังช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อวางหลังหรือร่างกายลงบนที่นอน ขณะเดียวกันกับที่ส่วนเว้าที่เกิดจากเย็บตรึงผิวที่นอนยังช่วยระบายอากาศระหว่างที่นอนหลับอยู่บนที่นอนด้วย Hand Tufting จึงนับได้ว่าเป็นความพิถีพิถันชั้นยอดในการผลิตที่นอนที่ดีที่สุด



Fabric & Anti Dust Mite
เพราะความรู้สึกต่อแรกสัมผัสมีความสำคัญอย่างมากในการนอน ที่นอนคุณภาพสูงจึงไม่ละเลยที่จะให้ความใส่ใจต่อการเลือกวัสดุซึ่งเป็นผืนผ้าที่ห่อหุ้มชั้นบนสุด การเลือกวัสดุชั้นเลิศเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งที่ทำให้สัมผัสต่อที่นอนแต่ละหลังทรงคุณค่าขึ้นอย่างมาก ทั้งในความรู้สึกและความเป็นจริง วัสดุของผืนผ้าที่นิยมเลือกใช้ในขั้นตอนการผลิตที่นอนระดับสูง อาทิ เส้นไหมจากประเทศญี่ปุ่น อันเป็นไหมที่ได้ชื่อว่า ดีที่สุดในโลก และนุ่มที่สุดในโลก เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อรังสรรค์แรกสัมผัสให้ควรค่าต่อการนอน

นอกจากวัสดุของผืนผ้าที่มีความสำคัญต่อสัมผัสแล้ว ความพิถีพิถันที่เรียกได้ว่าเป็นความใส่ใจที่แสนพิเศษ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เราต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพและสุขอนามัยในทุกด้านของชีวิต ก็คือการนำขั้นตอนการเคลือบสาร Anti-Mite Dust เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย บนผืนผ้าที่ห่อหุ้มที่นอนทุกหลัง ซึ่งดีต่อการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ ปัจจุบันที่นอนทุกหลังของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างสลัมเบอร์แลนด์ผ่านขั้นตอนนี้แทบทั้งสิ้น จึงนับได้ว่าเป็นความใส่ใจขั้นสูงสุดอย่างหนึ่งเพื่อการนอนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

Back to top