เผยวิธีเลือกที่นอนที่ดีที่สุดที่คุณคู่ควร

การนอนที่ไร้คุณภาพส่งผลต่อทั้งอารมณ์และสุขภาพของคนคนนั้นได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการนอน และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการนอนมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกที่นอน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการหลับใหลและตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง ผู้เชี่ยวชาญจากสลัมเบอร์แลนด์ให้คำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกที่นอนที่เหมาะสม และควรค่าที่สุดสำหรับทุกคนดังต่อไปนี้

1. ให้ความสำคัญเรื่องรองรับและกระจายน้ำหนัก

หัวใจสำคัญของที่นอนคุณภาพสูงมักอยู่ลึกลงไปในชั้นที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยสายตา ชั้นนี้เรียกว่า ชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก (Support System : Spring & Non Spring) ซึ่งมีทั้งที่นอนที่ใช้ระบบสปริง (Spring) และที่นอนที่ไม่ใช้ระบบสปริง (Non Spring) การสร้างสรรค์ที่นอนโดยเริ่มต้นจากการวิจัยด้านสรีระศาสตร์และกายภาพของมนุษย์อย่างถ่องแท้ ทำให้พบคำตอบว่าการเลือกที่นอนที่สามารถรองรับแรงกดทับและกระจายตัวของน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ย่อมเป็นสิ่งดี เพราะมีความสำคัญอย่างมากต่อความรู้สึกสบายขณะหลับ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาเบื้องต้นจึงได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตที่นอนในชั้นระบบการรองรับน้ำหนัก ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการนอน ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างและน้ำหนักตัวอย่างไร

2. ถามโจทย์ความต้องการแท้จริงของตัวเอง

ความรู้สึกสบายเป็นความปรารถนาแรกของทุกคน เมื่อจะเลือกซื้อที่นอนในแต่ละครั้งให้กับตัวเองเสมอ เพียงแต่คำว่า ‘ความรู้สึกสบาย’ ของคนแต่ละคน หรือคนแต่ละประเภท ก็ย่อมมีความแตกต่างกันตามความจำเป็น ความต้องการ หรือแรงปรารถนาพิเศษเสมอ ความโชคดีคือทุกวันนี้มีที่นอนหลากหลายประเภทให้เลือกมากขึ้น ไม่เพียงแค่ที่นอนที่เพิ่มความรู้สึกสบายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรู้สึกสบายสำหรับคนแต่ละแบบ ตั้งแต่ที่นอนเพื่อสุขอนามัย ไปจนถึงที่นอนสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายในแต่ละกลุ่ม แน่นอนว่ายังรวมถึงที่นอนพิเศษเพื่อคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ที่ต้องการการรองรับและกระจายน้ำหนักมากขึ้นอีกด้วย

3. เลือกที่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์และบริษัทผู้ผลิต

ความน่าเชื่อถือของแบรนด์และบริษัทผู้ผลิต มีความสำคัญอย่างมากในยุคที่ท้องตลาดเต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเมื่อจะเลือกที่นอนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ไปจนถึงการรับประกันคุณภาพ ดังนั้นที่นอนคุณภาพสูงที่เลือกจึงควรมีมากกว่าความหรูหรา หรือมอบความรู้สึกสบาย เพียงอย่างเดียว แต่หากรับประกันคุณภาพอย่างน้อย 10-15 ปี ก็จะทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า คุณได้เป็นเจ้าของคุณค่าที่คู่ควร
Back to top